คำถามที่มักจะถามบ่อยๆเกี่ยวกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด สั่นพริ้ว ATRIAL FIBRILLATION (AF)

คำถามที่มักจะถามบ่อยๆเกี่ยวกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด สั่นพริ้ว ATRIAL FIBRILLATION (AF)   


ถ้าคุณหรือคนที่คุณรู้จัก ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่ามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด สั่นพลิ้ว หรือ atrial fibrillation และถ้าคุณอยากทราบความผิดปกติที่ว่า หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับคนไข้ คุณจะแปลกใจว่ามีข้อมูลที่คุณพยายามค้นหามีค่อนข้างน้อยมากเกี่ยวกับภาวะดังกล่าวนี้ ในบทความนี้จะกล่าวเกี่ยวกับคำถามที่ยังเป็นข้อสงสัย และมักจะถามกันบ่อยๆ เกี่ยวกับภาวะโรค ผลกระทบ และแนวการรักษาคร่าวๆ ซึ่งจะทำให้ท่านพอที่จะใช้ประกอบในการตัดสิ้นใจรักษาและร่วมวางแผนการรักษากับแพทย์ให้เหมาะสมต่อไป   


คำถาม   มีคนเป็นโรคนี้มากน้อยแค่ไหน 


คำตอบ   โดยส่วนใหญ่เราพบว่ามีประชากรชาวอเมริกันประมาณ 2 ล้าน 2 แสนคน มีความผิดปกติ ชนิดนี้ และมีการวินิจฉัยเพิ่มขึ้นทุกปี ราว 1 แสน 6 หมื่นคน   


คำถาม   ผู้ป่วยที่มีภาวะ atrial fibrillation (AF) จะมีอาการอย่างไรบ้าง 


คำตอบ   อาการของ atrial fibrillation (AF) อาจประกอบด้วย เจ็บหน้าอก หรืออืดอัดหน้าอก หัวใจเต็นรัวหรือเต้นเร็วจนรู้สึกได้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มีอาการหายใจติดขัด หายใจไม่ทั่วท้อง อ่อนเปลี้ยหรืออ่อนล้าผิดปกติ มีอาการมึนงง หรือหน้ามืดเป็นลมได้   


คำถาม   มีใครบ้างที่มีโอกาสเกิด AF 


คำตอบ   โอกาสเกิด AF จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีอายุมากกว่า 80 ปี ในคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มีโอกาสเกิดราว 5% และอัตราการเกิด AF จะเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 9% เมื่อมีอายุเกิน 80 ปี หรือพบ 1 ใน 10 คน  มีโอกาสเป็น AF มากขึ้นในคนที่มีปัญหาผิดปกติของหัวใจ ภาวะหัวใจขาดเลือด ลิ้นหัวใจผิดปกติ  ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน ผู้ป่วยที่มีภาวะต่อม  ไทรอยด์ ทำงานมากผิกปกติ  รวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรือมีความอ้วนมากเกินมาตรฐานตามวัยและอายุที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ในเพศชายมีโอกาสเป็นมากกว่าเพศหญิง   


คำถาม   ภาวะ AF จะมีอันตรายมากน้อยแค่ไหน หรือมีผลกระทบกับเรามากน้อยแค่ไหน 


คำตอบ   ก่อนอื่นคงต้องทราบก่อนว่าภาวะ AF ไม่เป็นอันตรายจนทำให้เสียชีวิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่อันตราย ลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในหัวใจจากการที่ หัวใจเต็นไม่เป็นจังหวะมีโอกาสหลุดลอยแล้วไปอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอัมพาต เราพบว่า ผู้ป่วยที่เป็น AF มีโอกาสเกิดอัมพาตสูงมากกว่าคนปกติถึง 5 เท่า และยังพบอีกว่า สองในสามของผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตเกิดจากมีลิ่มเลือดหลุดลอยมาอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง   


คำถาม   หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด AF มีกี่ชนิด 


คำตอบ   หัวใจเต็นผิดจังหวะชนิด AF มี3 ชนิดคือ ชนิดที่เป็นชั่วคราว หรือที่เรียกว่า Paroxysmal AF ชนิดที่เป็นค่อนข้างนานที่เรียกว่า Persistent AF และชนิดที่เป็นถาวรที่เรียกว่า Permanent AF ในกลุ่มที่เป็นชั่วคราว พวกนี้อาจเป็นระยะเวลาสั้นๆ และหายเองได้ภายใน 7 วัน ส่วนในพวกที่เป็นแบบ Permanent มักจะเป็นนานกว่า 7 วัน และต้องการรักษาเพื่อนให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะเหมือนเดิม ส่วนในกลุ่มที่เรียกว่า Persistent AF มักจะเป็นนานอาจเป็นปี และยากที่จะรักษาให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะเหมือนเดิมกว่าในกลุ่มที่เป็นชั่วคราว ซึ่งหมายถึงผลการรักษาจะไม่ดีเท่า   


คำถาม   อะไรเป็นสาเหตุของ AF 


คำตอบ   เราพบว่า การเกิด AF นั้นส่วนใหญ่มีหลายปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นในเกิดหัวใจเต้นผิดปกติดังกล่าว  เช่น การทำงานมากผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ภาวะหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจวาย และยังมีอีกกลุ่มที่เราไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน   


คำถาม   คุณหมอจะทราบได้อย่างไรว่าเรามีหัวใจเต้นผิดปกติ 


คำตอบ   แพทย์จะทำการประมวลจากอาการ ประวัติทางการแพทย์ และการตรวจร่างกาย นอกจากนี้การตรวจหัวใจด้วยเครื่องตรวจไฟฟ้าหัวใจ หรือที่เรียกว่า EKG ซึ่งจังหวะการเต้นของหัวใจจะถูกพิมพ์ออกมาในแผ่นกระดาษ แพทย์ก็จะสามารถแปลผลจังหวะการเต้นของหัวใจของคุณได้ นอกจากนี้ยังอาจจำเป็นต้องตรวจหการทำงานของหัวใจด้วยเครื่องมืออื่นๆอีก เช่น เครื่องสะท้อนความถี่สูงหรือเรียกว่า เอคโค่ (Echocardiography)      


คำถาม   เรามี วิธีการรักษาอย่างไรบ้าง 


คำตอบ   แนวทางการรักษาของคนไข้แต่ละรายอาจไม่เหมือนกันขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งคนไข้ และครอบครวควรที่จะได้ร่วมพูดคุยถึงแนวทางการรักษากับแพทย์ผู้ดูแลถึงแนวทางที่เหมาะกับคนไข้มากที่สุด โดยคำนึงถึง กิจวัตประจำวันที่ทำอยู่ แนวทางการดำเนินชิวิตในปัจจุบันของคนไข้   


            การรักษา จะมี 2 แนวทาง ได้แก่ การรักษาเพื่อไม่ให้มีอาการหรือ suppressive therapy ซึ่งจะเป็นการรักษาแบบกดอาการ หรือควบคุมไม่ให้รุนแรง และการรักษาเพื่อให้หายขาด หรือ curative therapy ซึ่งเหมาะสำหรับภาวะที่มีแนวโน้มว่าสามารถรักษาให้หายขาดได้   


            ในแนวทางการักษาแบบควบคุมอาการจะประกอบด้วย 


                        การทำ cardioversion โดยการใช้กระแสไฟฟ้าช๊อค หรือใช้ยาเพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะเหมือนเดิม 


                        การใช้ยา แพทย์มักจะสั่งจ่ายยาในกลุ่มที่ปรับแก้จังหวะการเต้นของหัวใจ ( antiarrhythmic drug) ยาในกลุ่มที่ลชะลอการเต้นของหัวใจ (rate control) และยาในกลุ่มที่ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด 


                        การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ pace maker หรือเครื่องที่สามารถช๊อคไฟฟ้าได้เองเมื่อผู้ป่วยมีการเต้นหัวใจที่ผิดปกติ เช่น implantable cardioverter defibrillator (ICD) 


            การรักษาเพื่อให้หาย โดยการทำการรักษาที่เรียกว่า ablation ไม่ว่าโดยการใช้สายสวนเข้าไป หรือการทำการผ่าตัดแผลเล็กเพื่อปรับแก้จังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ โดยการใช้เครื่องมือดังกล่าวเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อส่วนที่ทำให้กระแสไฟฟ้าในหัวใจลัดวงจรอันทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ 


การรักษาแต่ละแบบจะมีความเสี่ยงในการรักษา ภาวะแทรกซ้อน และโอกาสประสบความสำเร็จแตกต่างกันออกไป ซึ่งคนไข้และญาติควรที่จะต้องปรึกษากับแพทย์ที่ทำการรักษาถึงแนวทางการรักษาที่ดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดโดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆข้างต้น   


คำถาม   เราสามารถป้องกันการเต้นหัวใจที่ผิดปกติชนิด AF ได้หรือไม่ 


คำตอบ   เราไม่สามารถป้องได้ได้เสมอไป แต่เราสามารถทำให้มีโอกาสเกิดได้น้อยลงโดยการดูแลสุขภาพที่ดี และปรับการดำเนินชีวิตให้มีสุขภาพที่ดีได้ เช่น   


            การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีคุณค่า และควบคุมน้ำหนักให้พอเหมาะ 


            การงดการสูบบุหรี่ หรือหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ชิดกันคนที่สูบบุหรี่ 


            พบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ 


            หลีกเลี่ยงการทานเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ 


            พยายามเลี่ยงเครื่องดมที่มีคาเฟอีนได้แก่ ชา กาแฟ 


            พยายามเลี่ยงหรือจัดการความเครียดที่เกิดขึ้น ให้น้อยลง   

 



 


 


 


 
© Copy Right 2005 The Society of Thoracic Surgeons of Thailand